www.hrtothai.com

  • You are here :  
  • Seminars
  • เขาหาว่า ผู้บริหารชอบอยู่แต่ในกรุงเทพฯ น่ะ
เขาหาว่า ผู้บริหารชอบอยู่แต่ในกรุงเทพฯ น่ะ
ผู้เข้าชม : 1298

     วันเสาร์นี้ผู้เขียนได้มีโอกาสออกมาหย่อนใจกับเพื่อนฝูงที่พัทยา โดยเราได้ขับรถเลยไปถึงระยองเพื่อ รับประทานอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารทะเลชื่อดังริมหาดทรายขาวสะอาด อาหารทะเลถิ่นนี้ถ้าเอ่ยชื่อละก็ หลายท่านต้องรู้จัก เพราะเขามีอาหารจานเด็ดอย่างเช่น น้ำพริกไข่ปู ปลากะพงทอดน้ำปลา ฯลฯ บรรยากาศก็ดีลมตึง แต่ในหน้ามรสุมนี้ท้องฟ้าค่อนข้างครึ้มเมฆฝน แต่โดยรวมแล้วต้องถือว่า จ.ระยองของเรานั้นมีหาดทรายสวย น้ำทะเลใส น่าเล่นกว่าเมืองชายทะเลชื่อดังของโลกหลายแห่ง เช่น หาดไวกิกิ ที่ฮาวาย หาดริเวียร่าทางใต้ของประเทศฝรั่งเศส

     หลังจากน้ำพริกไข่ปู ปลาทอด หอยจ๊อ พล่ากุ้ง ลงไปนอนในกระเพาะของเราเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มในคณะก็นั่งจิบเบียร์อย่างอารมณ์ดีพร้อมปรารภว่า "เออ! ถ้ามีบ้านอยู่ชายทะเลแบบนี้คงแจ๋วเลยนะ" "งั้นก็ทำเรื่องขอย้ายมาอยู่ที่นี่ซะเลยสิเธอ" เพื่อนสาวอีกคนให้ข้อเสนอแนะทันที "โอ๊ย! ไม่เอาหรอก อยู่กรุงเทพฯ ดีกว่า" ชายหนุ่มที่รำพึงว่าอยากมีบ้านอยู่ชายทะเลรีบตอบ "อ้าว! ทำไมละ อากาศก็ดี รถก็ไม่ติด ค่าครองชีพก็ถูก" ผู้เขียนลองถามบ้าง"มันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ" เพื่อนหนุ่มตอบ หลังจากนั้นเราก็ใช้เวลาถกกันอีกหลายสิบนาทีว่า อยู่กรุงเทพฯ ดีกว่าหรืออยู่ต่างจังหวัดดีกว่าจนมาเป็นหัวข้อคอลัมน์คราวนี้แหละค่ะ

     คุณสิริวรรณ เพชรเลิศ ตำแหน่ง HR & Admin Manager แห่ง Image Consultant and Service Co.,Ltd. เป็นนิสิตอีกคนหนึ่งของหลักสูตรปริญญาโทการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ของศศินทร์ ที่เคยทำงานเป็นผู้จัดการด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์อยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เธอมาพบ ผู้เขียนและอาจารย์ท่านอื่นที่ร่วมรับผิดชอบเป็นกรรมการผู้ดูแลการทำวิจัย ของเธอ โดยคุณสิริวรรณมีคำถามในใจว่า ทำไมจึงสรรหาพนักงานในตำแหน่งผู้บริหาร อันได้แก่ หัวหน้างาน ผู้จัดการแผนก ตลอดถึงผู้อำนวยการ ให้มาทำงานกับบริษัทของเธอที่แหลมฉบังได้ยากเต็มทน ทั้งนี้ เวลาเธอมีโอกาสพูดคุยกับ ผจก.แผนก HR ของบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในนิคมฯ ที่แหลมฉบัง ก็ประสบปัญหาเช่นกันคือหาคนจากกรุงเทพฯ มาทำงานในระดับ "Senior Position" ที่แหลมฉบังได้ยาก และจากการสังเกตของ ผู้เขียนก็พบว่า ไม่เฉพาะที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังเท่านั้นแต่ที่จังหวัดอื่นๆ

     เช่น นครราชสีมา สงขลา ขอนแก่น เชียงใหม่ ก็ไม่ค่อยมีคนกรุงเทพฯ อยากย้ายออกจากกรุงเทพฯ ไปทำงานที่ต่างจังหวัดสักเท่าไร เมื่อเปรียบกับจำนวนคนต่างจังหวัดที่ดูจะเต็มใจย้ายจากต่างจังหวัดมาทำงาน และใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ มากกว่า แม้ว่าทุกคนจะระอากับมลพิษ การจราจรที่ติดขัด ปัญหา อาชญากรรม ค่าครองชีพสูง ฯลฯ สรุปว่ากรุงเทพฯ ไม่เห็นจะน่าอยู่เลยว่างั้นเถอะ! ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้คนจากต่างจังหวัดก็ยังหลั่งไหลมาแย่งกันกินแย่งกันอยู่ที่กรุงเทพฯ นี่แหละ ด้วยเหตุผลสำคัญที่ว่า "อยู่กรุงเทพฯ มีโอกาสหางานดีๆ เงินเดือนดีๆ ได้มากกว่า" และ "พอทำงานเก็บเงินได้สักก้อน ก็จะกลับไปอยู่บ้านเดิม"

     จากการสนทนาอย่างไม่เป็นทางการ ทำให้เราคาดเดาว่าคนชอบทำงานอยู่กรุงเทพฯ เพราะมีโอกาสดีกว่า เงินเดือนดีกว่า มากกว่าทำงานอยู่ต่างจังหวัด ดังนั้น การที่บริษัทต่างๆ มีความยากลำบากในการสรรหาบุคลากรโดยเฉพาะในระดับบริหารให้ไปประจำอยู่ต่าง จังหวัด จะเป็นผลมาจากสาเหตุข้อนี้หรือเปล่า คุณสิริวรรณจึงอยากวิจัยเรื่องนี้ให้รู้แจ้งเห็นจริงไปเลย เพื่อจะได้ข้อมูลดีๆ นำไปปรับปรุงวิธีการในการสรรหา คัดเลือก และที่สำคัญคือจูงใจ บุคลากรระดับบริหารให้สนใจไปทำงานในต่างจังหวัดมากขึ้น อันจะเป็นการกระจายความเจริญสู่ต่างจังหวัด และลดปัญหาการอพยพเข้าเมือง (Urban Migration) และความแออัดยัดเยียดในเมืองหลวงไป ในตัว

     งานวิจัยเรื่อง "ปัจจัยดึงดูดพนักงานระดับบริหารให้ทำงานที่แหลมฉบัง" ของ คุณสิริวรรณ จึงเป็นจุดเริ่มต้น ในการวิเคราะห์หาแรงจูงใจที่จะให้พนักงานระดับบริหารสนใจไปทำงานที่แหลมฉบัง ซึ่งอาจนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรที่ตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นๆ ที่ไกลจากกรุงเทพฯ ทั้งนี้ คุณสิริวรรณไปค้นคว้าข้อมูลจากรายงานของสภาพัฒน์ในปี 2546 มาได้ว่า ประมาณ 74.5% ของแรงงาน ทั่วประเทศที่มีอายุระหว่าง 15-59 ปี ได้อพยพย้ายจากจังหวัดต่างๆ ทั้วประเทศมากรุงเทพฯ เพื่อหางานทำ อะไรจะขนาดนั้น!

     โดยทั่วไปแล้ว เมื่อมองจากภาคทฤษฎีมีปัจจัยหลายประการอยู่ด้วยกันที่มีอิทธิพลในการดึงดูด ใจบุคคลคนหนึ่งให้เลือกทำงานกับบริษัทใดๆ ก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่

     1.  สัมพันธภาพทางสังคม ซึ่งหมายถึงการมีครอบครัว ญาติสนิท มิตรสหายอยู่ในบริษัทนั้นๆ หรืออยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับที่ตั้งของบริษัท

     2.  โอกาสได้รับความก้าวหน้าทางอาชีพ เช่น ความท้าทายของงาน การมีโอกาสได้รับการฝึกอบรมดูงานเพื่อพัฒนาตนเอง การได้รับเลื่อนขั้นตำแหน่งงานที่มีความ รับผิดชอบสูง
 

     3.  เงินเดือน สวัสดิการ โบนัส และสิทธิประโยชน์อื่นๆ
 

     4.  ภาพลักษณ์ชื่อเสียงของบริษัท

     คุณสิริวรรณได้ใช้ปัจจัย 5 ประการนี้เป็นหลักในการออกแบบคำถามในแบบสอบถามของเธอ เพื่อสำรวจความคิดเห็นของบุคคล 2 กลุ่ม คือ

     กลุ่มแรก คือ พนักงานในตำแหน่งบริหารระดับต่างๆ ที่ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ

     กลุ่มที่สอง คือ พนักงานในตำแหน่งบริหารระดับต่างๆ ที่ทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ทั้งนี้ ได้สุ่มตัวอย่างทั้งหมดเป็นจำนวน 352 ราย


    
ปัจจัยที่จะดึงดูดใจนักบริหารจากกรุงเทพฯ ให้ไป ทำงานที่แหลมฉบังคืออะไร?

    
ผลจากการสำรวจความเห็น พนักงานระดับบริหารที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ว่า หากจะตัดสินใจไปทำงานที่แหลมฉบังนั้น เมื่อพิจารณาจากประเด็นคำถาม 20 ประการในแบบสอบถาม พวกเขามีความคิดเห็นว่า ความน่าดึงดูดใจของปัจจัยทั้ง 5 สามารถเรียงลำดับความสำคัญได้ดังนี้

     ลำดับที่ 1 เงินเดือน ผลตอบแทนต่างๆ 
     ลำดับที่ 2 โอกาสได้รับความก้าวหน้าทางอาชีพ 
     ลำดับที่ 3 ความมั่นคงของงาน (Job Security)
     ลำดับที่ 4 เรื่องครอบครัว หมายถึง การได้อยู่ร่วมกับครอบครัวเมื่อต้องย้ายที่ทำงาน 
     ลำดับที่ 5 ความท้าทายของงาน 
     ลำดับที่ 6 สภาพแวดล้อมในการทำงาน 
     ลำดับที่ 7 การมีอิสระในการทำงาน เช่น มีอำนาจตัดสินใจได้เอง 
     ลำดับที่ 8 ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของบริษัท 
     ลำดับที่ 9 นโยบายในการทำงานที่ยืดหยุ่นของบริษัท เช่น แต่งกายตามสบายได้ มีชั่วโมงทำงานยืดหยุ่น (Flexible Hours) เป็นต้น
     ลำดับที่ 10 การมีเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนฝูงที่คุ้นเคย

ปัจจัยที่ดึงดูดใจให้นักบริหารทำงานอยู่ที่แหลมฉบังคืออะไร?

     สำหรับผู้ที่ทำงานอยู่ที่แหลมฉบังอยู่แล้ว มีความเห็นว่าปัจจัยที่ดึงดูดให้พวกเขาทำงานอยู่ที่แหลมฉบังมีดังนี้    

     ลำดับที่ 1 ความมั่นคงของงาน 
     ลำดับที่ 2 โอกาสได้รับความก้าวหน้าทางอาชีพ 
     ลำดับที่ 3 เงินเดือน ผลตอบแทนต่างๆ 
     ลำดับที่ 4 ความท้าทายของงาน 
     ลำดับที่ 5 เรื่องครอบครัว 
     ลำดับที่ 6 สภาพแวดล้อมการทำงาน 
     ลำดับที่ 7 การมีอิสระในการทำงาน 
     ลำดับที่ 8 ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของบริษัท
     ลำดับที่ 9 การมีเพื่อนร่วมงานหรือเพื่อนฝูงที่คุ้นเคย 
     ลำดับที่ 10 นโยบายในการทำงานที่ยืดหยุ่น ของบริษัท

     จากการเปรียบเทียบความคิดเห็นของคน 2 กลุ่ม จะเห็นได้ว่า 5 ลำดับแรกนั้นแทบไม่แตกต่างกันเลย มีเพียงแต่ว่ากลุ่มคนทางกรุงเทพฯ นั้นให้ความสำคัญ เรื่องผลตอบแทนเป็นลำดับ 1 และสำหรับคนทางแหลมฉบังนั้นได้แสดงความเห็นว่า เงินเดือนและผลตอบแทนที่ได้รับนั้นเป็นลำดับ 3 ซึ่งถ้าบริษัทที่อยู่ต่างจังหวัดมีความต้องการจะ "ดูด" นัก บริหารจากกรุงเทพฯ ไปทำงานที่แหลมฉบัง หรือที่จังหวัดอื่นๆ อาจนำผลจากการวิจัยนี้ไปปรับปรุงนโยบายการให้ผลตอบแทน การให้โอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพ ความมั่นคงของงาน ความท้าทายของงาน และปัจจัยสนับสนุนเรื่องครอบครัว เช่น จัดบ้านพักให้ครอบครัว จัดหาสถานศึกษาให้บุตรธิดาของพนักงาน หรือมีงบเดินทางให้พนักงานได้กลับไปหาครอบครัวได้ทุกวันหยุดสัปดาห์ ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนนักบริหารไปทำงาน ต่างจังหวัดได้ไม่มากก็น้อย

     โดยส่วนตัวของผู้เขียนอยากจะเสริมด้วยว่า ถ้า บริษัทมีกลวิธีการประชาสัมพันธ์เสริมด้วยว่า ทำงานอยู่บริษัทต่างจังหวัดนั้นไม่น้อยหน้า หรือด้อยโอกาสไปกว่าทำงานอยู่กรุงเทพฯ อีกทั้งมีบรรยากาศน่ารื่นรมย์ ค่าครองชีพถูก มีเงินเหลือเก็บ  ก็จะทำให้มีคนสนใจไปทำงานต่างจังหวัดมากขึ้นไปอีก เผลอๆ กรุงเทพฯ จะเงียบเหงาไปน่ะสิ!


ที่มา : http://www.jobjob.co.th

Tools

ขนาดตัวอักษร

Share

ส่ง Email พิมพ์หน้านี้

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เว็บไซต์เแนะนำ