www.hrtothai.com

  • You are here :  
  • Human Resource
  • HR Management
  • การแก้ไขปัญหา "การหยุดงาน" ของพนักงาน
การแก้ไขปัญหา "การหยุดงาน" ของพนักงาน
ผู้เข้าชม : 823

      หากท่านคิดว่า "ปัญหาการหยุดงาน" ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาที่สำคัญขององค์การแล้วล่ะก็ ท่านอาจต้องคิดใหม่ หากได้ลองคิด "ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการหยุดงาน" เหล่านี้ เช่น


     •   ต้องจ้างคนมากกว่าที่ควรจะจ้างอีก 10%

     •   ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

     •   สูญเสียเวลาที่จัดหรือมอบหมายงานเพื่อทำแทนคนที่หยุดงานไป

     •   ค่าล่วงเวลาเพื่อจัดคนแทน หรือทำงานแทนคนที่หยุดไป

     •   ของเสียในกระบวนการผลิตเนื่องจากคนมาแทนไม่เก่งงาน

     •   ส่งของไม่ทันเวลา - ลูกค้าโวย

     •   ยอดขายตกเพราะไม่มีคนรับงานขาย หรือแก้ปัญหาของลูกค้า

     •   เสียเป็นแสนๆ และทำให้เสียเปรียบคู่แข่งขัน

     แต่ละองค์การคงสูญเสียไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าองค์การใดมีปัญหาการหยุดขาดงานมากน้อยต่างกันแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ รับรองว่าเป็นเงิน "มหาศาล" ไม่เชื่อลองคำนวณออกมาดูซิครับ รับรอง "นาย" เห็นเมื่อไร HR มีงานทำอีกเยอะ

มูลเหตุที่ทำให้มีการหยุดงาน มีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ทั้งปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน และปัจจัยบุคคล ซึ่งพอแยกกว้างๆ ได้ดังนี้

ปัจจัยภายนอก

     •   สัญชาติ, เชื้อชาติ

     •   ฤดูกาล

     •   กฎหมาย

       ผลประโยชน์ตามกฎหมาย

ปัจจัยภายใน

     •   ขนาดและประเภท

     •   ทัศนคติของฝ่ายจัดการ

     •   คุณภาพของหัวหน้างาน

     •   นโยบายบุคคล

     •   สภาพการทำงาน

     •   โครงการรักษาพยาบาล

ปัญหาบุคคล

           เพศ, อายุ

         •   ตำแหน่งหน้าที่

         •   ชั่วโมงทำงาน

         •   ค่าจ้าง

         •   ความพอใจในงาน

         •   การเดินทาง

         •   สภาพร่างกาย

         •   ปัญหาทางบ้าน

    และหากถามให้เจาะจงลงไปอีกว่า "ทำไมจึงหยุดงาน" ก็น่าจะได้แก่ประเด็นต่างๆเหล่านี้

         •   การมาทำงานเป็นปัญหา

         •   ความกดดันจากนอกงาน

         •   งานไม่จูงใจ

         •  ความสนุกสนานนอกงาน

         •   ถูกชักจูงในทางที่ผิด

         •   หยุดเพื่อแกล้งหรือแก้เผ็ด

         •   ไม่ชอบงานบางอย่าง

         •   ความสัมพันธ์ในงานไม่ดี

         •   ป่วยจริง

         •   ภาระกิจนอกงานที่มีความสำคัญเหนือกว่า

         •   นิสัยไม่ดีชอบหยุดงาน

         •   หน่วยงานละเลยการมาทำงาน


        
    อีกทั้งยังมีผลการวิจัยที่สำคัญ ที่เกี่ยวกับการหยุดงานมาให้ดูกันอีก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบว่า การหยุดงานเกิดจากอะไร ควรแก้อย่างไร ลองดู "สรุปงานวิจัยเกี่ยวกับการหยุดงาน" เหล่านี้ดูครับ

        
       การควบคุมอัตราการหยุดงานจะได้ผลกว่า ถ้าใช้มาตรการแบบ "ไม้แข็ง" และ "ไม้นวม" ควบกันไป ทั้งขู่และปลอบ

         •   ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม การลดอัตราการหยุดงานจำต้องอาศัยปัจจัยสำคัญคือ
              1.  ค้นหาสาเหตุและการวิเคราะห์
              2.  
    ความเพียรพยายามในการสื่อข้อความ การจูงใจ และการควบคุม

            สภาพการทำงาน เช่น ความร้อน แสงเสียง การระบายอากาศ มิใช่ประเด็นสำคัญอย่างที่คิด แต่ก็อาจจะเป็นตัวกระตุ้นและพนักงานก็มักจะไม่แสดงออกถึงความไม่พอใจด้วยการ หยุดงานมากๆ สภาพร่ายกายเสียอีกที่เป็นปัญหา

            ลักษณะงาน เช่น งานไม่ท้าทาย ทำแล้วเบื่อ รวมถึงสภาพวะแวดล้อมของสังคมในที่ทำงานเป็นมูลเหตุที่สำคัญเหมือนกัน

         •   อัตราการหยุดงานใน กลุ่มคนที่น้อยกว่า เช่น ระหว่าง 3 - 5 คน ในแต่ละหน่วยงานทั้งนี้ เพราะความรักและความผูกพัน และความเกรงใจระหว่างคนในกลุ่ม

         •   คุณภาพของการบังคับบัญชา ถือว่าเป็นตัวแปรที่สำคัญมากในการควบคุมและลดอัตราการหยุดงาน

         •   งานวิจัยพบว่า ความมีประสิทธิผลในการควบคุมและลดอัตราการหยุดงานขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมใน เรื่องการควบคุมอัตรการหยุดงาน และการสื่อข้อความและความเพียรพยายามของฝ่ายบริหารระดับสูง

         •   สถานประกอบการที่ ประสบความสำเร็จมักจะมีการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับการหยุดงานของ พนักงาน และมีการแถลงนโยบายและวิธีการในเรื่องการหยุดงานอย่างแน่ชัด ทั้งนี้ รวมถึงการตัดค่าจ้างเมื่อหยุดงานที่ไม่ถูกระเบียบ และการลงโทษทางวินัยด้วย

         •   นอกเหนือจากข้างต้น การพูดคุยระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องในเรื่องการมาทำงานก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ และการปรุงแต่งงานให้เป็นที่ท้าทายหรือทำแล้วสนุกก็เป็นประเด็นที่สำคัญอีก เช่นกัน

         •   งานวิจัยยังไม่พบว่าการลดอัตราการหยุดงานจะได้ผลกว่าถ้าได้มีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงมิใช่ดู แต่อาการอย่างคร่าวๆ เท่านั้น และจะต้องแก้ไขเป็นกรณีๆ ไปจะหาวิธีที่ใช้ได้ผลทุกกรณีย่อมเป็นการยากและมักไม่ค่อยได้ผล พูดกันอย่างง่ายๆ ต้องดูกันเป็นรายๆ ไป

         •   อัตราการหยุดงานจะต่ำกว่าถ้าหัวหน้างานใช้รูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยแทนที่จะเป็นเผด็จการ

         •   อัตราการหยุดงานจะต่ำกว่า ถ้าหัวหน้างานได้รับการฝึกอบรมทางด้านการบังคับบัญชา

         •   อัตราการหยุดงานจะสูงในกลุ่มคนระหว่าง 20 - 30 คน

        
    ได้แง่คิดเยอะไหมครับจากสรุปงานวิจัยเหล่านี้ และจะให้ดียังมีข้อมูลที่นำมาฝากอีก หากต้องการหาทางลดอัตราการหยุดงานอย่างจริงจัง ข้อมูลนี้จากผู้มีประสบการณ์ที่ช่ำชองในการลดอัตราการหยุดงานครับ



    สิ่งที่จะช่วยให้ลดได้


       
       ชี้แจงให้พนักงานทราบถึงปัญหาและผลเสียหายอันสืบเนื่องมาจากการหยุดงาน พร้อมกับของความร่วมมือ

         •   แจ้งให้ทราบถึงเป้าหมายของโรงงานและเป้าหมายของแผนก

         •   แสดงกราฟเพื่อแจ้งให้ทราบถึงผลคืบหน้าว่าได้เป้าหรือพลาดเป้าอย่างไร

         •   วิเคราะห์อัตราการหยุดงานของแผนกว่าประกอบด้วยการลาประเภทใดบ้าง

         •   วิเคราะห์รายละเอียดสำหรับผู้ที่หยุดงานมากๆ

         •   เรียกมาพูดคุยเพื่อที่จะค้นหาสาเหตุ พยายามให้หาทางออกด้วยตนเอง ถ้าเป็นปัญหาส่วนตัว บันทึกการพูดคุยไว้ด้วย

         •   รวบรวมระเบียบการลาทั้งหมดและแจกจ่ายให้พนักงานทราบอีกครั้งหนึ่ง

         •   ย้ำเรื่องการให้แจ้งเมื่อหยุดงาน

         •   ขอความร่วมมือจากผู้ นำสหภาพแรงงานในแผนกและให้รายชื่อผู้ที่อยู่ในข่ายสงสัยว่าจะใช้สิทธิในทาง มิชอบ หรือหยุดงานมากด้วยสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง

         •   จัดทำรายชื่อพนักงานผู้มีเกียรติ หรือผู้ที่มีประวัติการทำงานยอดเยี่ยม

         •   จัดให้มีการติดตามผลภายหลังและพูดคุยเป็นระยะๆ

         •   ขอให้แพทย์และพยาบาลตรวจสอบให้ละเอียดกว่าเดิม

         •   ทุกครั้งที่มีการประชุมกับสหภาพแรงงาน นำเรื่องอัตราการหยุดงานขึ้นมาพูด

         •   จัดประชุมกับหัวหน้าระดับล่างเพื่อประเมินผลว่า อัตราหยุดงานในหน่วยย่อยเป็นเช่นใด

         •   พูดคุยเรื่องปัญหาการหยุดงานกับหัวหน้างานในแผนกเสมอๆ

         •   คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชา ให้คำปรึกษาชี้แนะถ้าเห็นว่าก่อให้เกิดผลกระทบต่องาน

         •   ใช้มาตรการเด็ดขาดถ้าไม่ดีขึ้น

         •   ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวก

         •   ปรับปรุงความสัมพันธ์กับผู้ใต้บังคับบัญชาและสภาวะความเป็นผู้นำ

         •   ส่งผู้ที่หยุดงานมากๆ ไปตรวจสุขภาพเพื่อสร้างหลักฐาน สำหรับผู้ที่หยุดเพราะป่วยจริงก็ควรจัดให้มีการตรวจสุขภาพ รักษาและเยียวยา

         •   รณรงค์เรื่องอุบัติเหตุนอกงาน

         •   ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการเล่นกีฬาและเน้นหนักเรื่องโภชนาการ รวมทั้งการพักผ่อน

         •   แสดงตังอย่างที่ดีให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เห็นโดยการมาทำงานอย่างสม่ำเสมอ

         •   ระวังเรื่องปริมาณงานที่มากเกินไป การทำงานหนักเกินกำลังและไม่ปลอดภัย

         •   พยายามแก้ไขข้อร้องทุกข์โดยเร่งด่วนและเป็นธรรม

         •   ก่อนอนุมัติการลาพยายามสอบให้ละเอียด ทั้งนี้ รวมถึงคำร้องขอลาป่วย ซึ่งแพทย์ได้ลงลายมือชื่อแล้วด้วย

         •   ชมเชยผู้ที่หยุดงานน้อยๆ หรือไม่หยุดเลยอยู่เสมอๆ

         •   กำหนดนโยบายว่าด้วยการลา ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้

         •   ประสานงานกับฝ่ายบุคคลเพื่อขอคำพิพากษาศาลฎีกาว่าด้วยการเลิกจ้าง หรือการลงโทษทางวินัยว่าด้วยการขาดงาน

         •   ฝึกคนแทนหรือฝึกให้คนทำงานได้หลายหน้าที่

         •   ออกหนังสือชมเชย หรือหนังสือแสดงความยินดีแก่ผู้ที่มีประวัติการทำงานดี

         •   เปลี่ยนเป้าหมายไปเรื่อยๆ

         •   กำหนดให้หัวหน้าหน่วยต่างๆ อธิบายเหตุผลว่าทำไมจึงไม่สามารถที่จะบรรลุเป้าหมายได้

         •   จัดให้มีการแข่งขันกันในระหว่างหน่วยต่างๆ โดยออกรายงานเปรียบเทียบ

         •   สลับวันหยุดเพื่อให้หยุดติดต่อกัน

         •   ผลักดันหาทางแก้แบบฟอร์มประเมินผลโดยเน้นการมาทำงาน

         •   ใช้การมาทำงานอิงกับการขึ้นเงินเดือนและจ่ายโบนัส

         •   ใช้ประวัติการมาทำงานเป็นปัจจัยในการลดหย่อนผ่อนโทษ

         •   ส่งพนักงานผู้มีปัญหา และไม่สามารถจะแก้ไขได้พบนักจิตวิทยา

         •   เน้นการคัดเลือกพนักงานใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุที่ออกจากงาน ที่อยู่และสุขภาพ

         •   จัดให้มีการฝึกอบรมหัวหน้าหน่วย เรื่อง การปกครองและการบังคับบัญชาที่ดี

         •   ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการบริหารงานโดยใช้หลักประชาธิปไ



    ที่มา : www.hrcenter.co.th

    Tools

    ขนาดตัวอักษร

    Share

    ส่ง Email พิมพ์หน้านี้

    บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

    เว็บไซต์เแนะนำ