www.hrtothai.com

  • You are here :  
  • Law
  • กองทุนประกันสังคม
กองทุนประกันสังคม
ผู้เข้าชม : 1846

                                                                                                                                           เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชน โดยการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการออมและเสียสละเพื่อส่วนรวมมีหลักการสำคัญ ที่มุ่งให้ประชาชนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือตนเองและครอบครัวในยามที่ไม่มีรายได้ รายได้ลดลงหรือมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น โดยไม่เป็นภาระให้ผู้อื่นและสังคม การประกันสังคมจึงเป็นมาตรการหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดความมั่นคงในชีวิต

                                                                                                                                    วัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม 7 กรณี ได้แก่

ความ คุ้มครองตามกองทุนประกันสังคม

     • กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย

     • กรณีคลอดบุตร

     • กรณีทุพพลภาพ

     • กรณีเสียชีวิต

     • กรณีสงเคราะห์บุตร

     • กรณีชราภาพ

     • กรณีว่างงาน

     พ.ร.บ.ประกันสังคมเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2533 กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไปและในภายหลังได้ขยายออกไปเป็นสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป เมื่อวันที่ 2 เดือนกันยายน 2536 และขยายไปยังสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2545

มีผลบังคับใช้เมื่อไรกับใคร
ลูกจ้าง ที่ไม่อยุ่ในข่ายบังคับ พ.ร.บ.ประกันสังคม

     • ข้าราชการและลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายชั่วโมงของส่วนราชการ

     • ลูกจ้างของรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ

     • ลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ และไปประจำทำงานในต่างประเทศ

     • ครูหรือครูใหญ่ของโรงเรียนเอกชน

     • นักเรียน นักเรียนพยาบาล นิสิต นักศึกษา หรือแพทย์ฝึกหัดซึ่งเป็นลูกจ้างของโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาล

     • ลูกจ้างของสภากาชาด

     • ลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ

     • ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ ที่มิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปี และไม่มีงานลักษณะอื่นรวมอยู่ด้วย

     • ลูกจ้างของนายจ้างที่จ้างเป็นครั้งคราว หรือเป็นไปตามฤดูกาล

     • ลูกจ้างงานบ้านซึ่งไม่มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย

     • ลูกจ้างของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

                                                                                                                                    ผู้มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม

     ลูกจ้าง จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง และรัฐบาลสมทบอีกส่วนหนึ่ง โดยนายจ้างเป็นผู้นำส่ง ในส่วนของลูกจ้าง และนายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง (หักเงินสมทบ) ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ที่สถานประกอบการนั้นขึ้นทะเบียนไว้ โดยจ่ายเป็นเงินสดหรือจ่ายผ่านธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือจ่ายที่ทำการไปรษณีย์ ทางอินเตอร์เน็ตกับธนาคารซิตี้แบงค์ และทางธนาคารมิซูโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และธนาคารกรุงศรีอยุธยา

 

หน้าที่ของนายจ้างตามพระราชบัญญัติประกันสังคม

     • ขึ้น ทะเบียนกองทุนประกันสังคม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงของนายจ้างและผู้ประกันตนภาย ใน 15 วันของเดือนถัดไป

     • หักเงินสมทบจากค่าจ้าง ของลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตน

     • ออกเงินสมทบในส่วนของนายจ้าง และนำส่งเงินสมทบสำหรับค่าจ้างประจำเดือนที่ต้องนำส่ง ภายใน 15 วันของเดือนถัดไป โดยนำส่ง ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จ่ายผ่านที่ทำการไปรษณีย์ หรือทางระบบอินเตอร์เน็ต กับธนาคารซิตี้แบงค์ และธนาคารมิตซูโฮ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่ หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดที่สถานประกอบการตั้งอยู่

     • จัดทำทะเบียนผู้ประกันตน

                                                                                                                                    บทลงโทษนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537

ระวาง โทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำและปรับกรณีดังนี้

     • มีเจตนาไม่ยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อผู้ประกันตน อัตราค่าจ้างและข้อความอื่นตามที่กำหนด ต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างนั้นเป็นผู้ประกันตน

     • ไม่แจ้งเป็นหนังสือขอเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ในแบบรายการที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงานประกันสังคม ให้ตรงกับข้อเท็จจริงภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป จากเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลง 111

ระวาง โทษ จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไมเกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำและปรับกรณีดังนี้

     • มีเจตนาไม่จัดทำทะเบียนผู้ประกันตน (ส.ป.ส. 6-07) และ

     • กรอกแบบแสดงเงินสมทบ(ส.ป.ส. 1-10)ไม่ถูกต้อง ครบถ้วน

     พนักงาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้นายจ้างกรอกแบบรายการดังกล่าว ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และนายจ้างไม่ปฏิบัติตาม

 


แหล่งที่มา : http://www.one-stophr.com/knowledgeHR/show_new.php?id=125

Tools

ขนาดตัวอักษร

Share

ส่ง Email พิมพ์หน้านี้

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เว็บไซต์เแนะนำ