www.hrtothai.com

  • You are here :  
  • Law
  • ความคุ้มครองกรณีลูกจ้างเจ็บป่วยในงาน
ความคุ้มครองกรณีลูกจ้างเจ็บป่วยในงาน
ผู้เข้าชม : 1308

                                                                                                                                           สิทธิในการได้รับการบริการทางการแพทย์ของลูกจ้างที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้กับนายจ้างตามกฎหมายเงินทดแทนเดิม จำนวนเงินค่ารักษาพยาบาลที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับจะเท่ากับจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาลตามจำนวนที่ได้จ่ายไปจริงตามความจำเป็น แต่ต้องไม่เกิน 35,000 บาท และในกรณีที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่มีอาการรุนแรงอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กำหนดไว้ ก็จะมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเพิ่มอีกแต่ไม่เกิน 50,000 บาท ต่อมาเมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงแรงงานได้ออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ให้นายจ้างจ่ายตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 – พ.ศ.2548 โดยกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับเฉพาะกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตรายที่เกิดขึ้นหรือเจ็บป่วยซึ่งเริ่มต้นเข้ารับการรักษาพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ อัตราค่ารักษาพยาบาลใหม่เป็นดังนี้

     1. ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาล เท่าจำนวนที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 35000 บาท 

     2. ในกรณีค่ารักษาพยาบาลตามข้อ1 ไม่เพียงพ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเพิ่มอีกเท่าจำนวนที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 50,000 บาท เฉพาะประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
               กรณีบาดเจ็บอย่างรุนแรงของอวัยวะภายในหลายส่วนและต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข 
               กรณีบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูกหลายแห่งและต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข 
               กรณีบาดเจ็บอย่างรุนแรงของศีรษะและต้องได้รับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ 
               กรณีบาดเจ็บอย่างรุนแรงของกระดูก สันหลัง ไขสันหลัง หรือรากประสาท 
               กรณีประสบภาวะที่ต้องผ่าตัดต่ออวัยวะที่ยุ่งยากซึ่งต้องใช้วิธีจุลศัลยกรรม 
               กรณีประสบอันตรายจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก สารเคมี หรือไฟฟ้า จนถึงขั้นสูญเสียผิวหนังลึกถึงหนังแท้เกินกว่าร้อยละ 30 ของร่างการ 
               กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอย่างอื่นซึ่งรุนแรงและเรื้องรัง ตามที่กระทรวงแรงงานประกาศกำหนด 


สำหรับค่ารักษาพยาบาลที่เปลี่ยนแปลงคือ... 

     3. ในกรณีที่ค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายตามข้อ 2. ไม่เพียงพอ...คือ จ่ายค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว 85000 บาท ...ยังไม่เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาล ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลเพิ่มอีก เท่าจำนวนที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกิน 200,000 บาท เฉพาะการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
               กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตามข้อ 2 (1) ถึง 6 ตั้งแต่สองรายการขึ้นไป 
               กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยตาม ข้อ 2 (1) ถึง 6 ที่จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือต้องพักรักษาตัวอยู่ในหอผู้ป่วยหนัก หอผู้ป่วยวิกฤติ หรือหอผู้ป่วยหนัก ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ตั้งแต่ยี่สิบวันขึ้นไป 
               กรณีบาดเจ็บอย่างรุนแรงของระบบสมองหรือไขสันหลังที่จำเป็นต้องรักษาตั้งแต่สามสิบวันติดต่อกัน 
               กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอย่างอื่นซึ่งรุนแรงและเรื้อรังจนเป็นผลให้อวัยวะสำคัญล้มเหลว

          กรณีที่ลูกจ้างเป็นผู้ป่วยประเภทผู้ป่วยในการเข้ารับการรักษาพยาบาลจำเป็นต้องจ่ายค่าบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลรวมถึงค่าห้องและค่าอาหารด้วย แก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายใหม่เพื่อให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์มากที่สุดดังนี้

                                                                                                                                            ค่าบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาล จะต้องจ่ายไม่เกิน 30% ของอัตราสูงสุดของค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายตามข้อ 1 (กรณีที่จ่ายไม่เกิน 35,000 บาท) หรือตามข้อ 2 (กรณีที่จ่ายไม่เกิน 85,000 บาท) หรือตามข้อ 3 (กรณีที่จ่ายไม่เกิน 200,000 บาท) ข้างต้น แล้วแต่กรณี


      ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าห้องและค่าอาหาร ไม่เกินวันละ 700 บาท และไม่เกิน 20% ของอัตราสูงสุดของค่ารักษาพยาบาลที่ต้องจ่ายตามข้อ 1 1 (กรณีที่จ่ายไม่เกิน 35,000 บาท) หรือตามข้อ 2 (กรณีที่จ่ายไม่เกิน 85,000 บาท) หรือตามข้อ 3 (กรณีที่จ่ายไม่เกิน 200,000 บาท) แล้วแต่กรณี

     กฎหมายกำหนดให้นายจ้างมีหน้าที่จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับลูกจ้าง กรณีที่นายจ้างขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทน นายจ้างนั้นจุหลุดพ้นความรับผิดชอบในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าบุคลากรทางการแพทย์หรือค่าอาหารดังกล่าวข้างต้นโดยเป็นหน้าที่ของกองทุนเงินทดแทนที่จะรับผิดขอบแทนนายจ้างในการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับลูกจ้าง

     นายจ้างมีหน้าที่ต้องส่งแบบแจ้งการประสบอันตราย (กท.16) พร้อมแบบส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล (แบบ กท. 44) ให้สำนักงานประกันสังคมภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย 

     กรณีลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลอื่น ลูกจ้างหรือนายจ้าง(ที่จ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน) ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนแล้วให้ขอเบิกเงินคืนจากกองทุนเงินทดแทนโดยยื่นคำขอภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้ทดลองจ่ายพร้อมกับแสดงใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลด้วย 

     โดยหน้าที่นั้น ... นายจ้างจะต้องจัดให้ลุกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลในทันทีและตามความเหมาะสมแก่การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย ถ้านายจ้างไม่ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว “ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

แหล่งที่มา : http://www.one-stophr.com/knowledgeHR/show_new.php?id=127

Tools

ขนาดตัวอักษร

Share

ส่ง Email พิมพ์หน้านี้

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เว็บไซต์เแนะนำ