www.hrtothai.com

  • You are here :  
  • Law
  • หัวหน้าอาจตกงานหากชวนลูกน้องไปงาน
หัวหน้าอาจตกงานหากชวนลูกน้องไปงาน
ผู้เข้าชม : 1709

                                                                                                                                     มีลูกจ้างหญิง ข้าราชการหญิงจำนวนมากที่โทรศัพท์ปรึกษาดิฉันว่า จะทำอย่างไร 
   

     ถ้าหัวหน้าชวนออกไปกินอาหาร ฟังเพลง หลังเลิกงาน หรือสั่งให้ไปทำงานที่เกี่ยวเนื่องกับหน้าที่ตอนใกล้เลิกงาน โดยให้นั่งรถของหัวหน้าไปด้วยกัน หลังทำงานเรียบร้อยแล้ว ถูกพาไปกินอาหาร ทำเช่นนี้หลายครั้ง จนที่สุดบางคนถูกพาไปข่มขืน 

     ดิฉันพบคำพิพากษาของศาลสูงปี 2545 เรื่องหนึ่ง น่าสนใจมาก และอยากบอกกับผู้หญิงให้ระมัดระวังและต้องกล้าที่จะสู้กับนายจ้างหรือหัวหน้างานที่ชอบใช้อำนาจลวนลามทางเพศหญิง คดีตัดสินอย่างนี้ค่ะ 

     “โจทก์เป็นผู้มีอำนาจให้ความเห็นว่าพนักงานทดลองงานจะผ่านการทดลองงานหรือไม่ การที่โจทก์อาศัยอำนาจหน้าที่ชักชวนพนักงานหญิงที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาออกไปเที่ยวเตร่กับโจทก์ในเวลาค่ำคืนนอกเวลางาน หากไม่ไป โจทก์จะเสนอความเห็นไม่ยอมให้ผ่านการทดลองงานหรือโจทก์ชักชวนให้ผู้สมัครงานหญิงไปรับประทานอาหารและฟังเพลงในช่วงเวลาที่จะรับบุคคลดังกล่าวเข้าทำงาน แสดงว่าโจทก์ประสงค์ที่จะกระทำการล่วงเกินทางเพศนั่นเอง นอกจากจะเป็นการประพฤติผิดศีลธรรมหรือจารีตประเพณีอันดีงามของสังคมอันเป็นการฝ่าฝืนต่อข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยแล้ว ยังมีผลกระทบต่อการบริหารงานบุคคลของจำเลยและความเจริญของกิจการ โดยทำให้พนักงานที่ไม่ยอมกระทำตามความประสงค์โจทก์และถูกโจทก์กลั้นแกล้งขาดขวัญกำลังใจในการทำงาน การฝ่าฝืนข้อบังคับในการทำงานของโจทก์จึงเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4) และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583” 

หญิงคนหนึ่ง ปรึกษาว่า 

     ถูกนายจ้างลวนลาม หญิงทำงานเป็นเลขานุการแต่งานที่แท้จริงคือทำงานธุรการจัดเอกสาร ขนของ ขายของ เก็บของ แบกของ นายจ้างสั่งกาแฟ ชงให้ สั่งซื้อขนม ผลไม้ ทำให้ เวลาผ่านไปไม่นาน เธอตกใจมาก เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้คือเมื่อนำของว่างไปเสิร์ฟ นายเอามือจับแขน เธอระมัดระวังตัวมากขึ้นแต่ก็ไม่วายถูกเจ้านายจับเนื้อต้องตัวโดยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพื่อนที่ทำงานด้วยก็โดน เธอเลิกเสิร์ฟของว่าง นายจ้างก็หาวิธีต่างๆ นานา เช่น เรียกเธอไปจัดของในห้อง นายจ้างจับที่ขา เธอต้องรีบเดินหนี วันใส่กระโปรงถูกเรียกให้ปีนไปปรับหน้ากากแอร์ เพราะตัวเล็กให้นำเก้าอี้วางบนโต๊ะเหยียบขึ้นไปได้ จากนั้นก็ถูกล้วงจับเข้าไปในกระโปรง เธอเตือนไม่ให้ทำ วิ่งออกไป เธอใส่กางเกงถาวร แต่ถามว่า “ทำไมไม่ใส่กระโปรงมาทำงาน” เพื่อความสะดวกในการเดินทางและจัดของ เรียกไปปิดโน้ตบุ๊ก แต่นายไม่ลุกจากเก้าอี้ พอโยกตัวปิดเครื่องนายดึงตัวเพื่อให้นั่งตัก “อย่าทำอย่างนี้ไม่ดี หนูไม่ชอบ” เธอรีบออกจากห้อง เรียกไปในห้องเก็บของหนูกลัวเรียกเพื่อนไปด้วย นายไม่สบอารมณ์ 

     ใกล้สิ้นปี นายเปรยว่าถ้าขึ้นเงินเดือนให้มีอะไรตอบแทน เธอตอบ “ขึ้นเท่าไหร่ก็ได้ หนูคงไม่มีอะไรตอบแทน” นายทำเป็นจับเสื้อ แต่ถูกหน้าอก ถามว่า “ห้อยพระอะไร” นายให้วิจารณ์ภรรยา เพื่อบอกว่าภรรยาไม่สนใจที่ตรวจสอบสามี นายเอาเงินหยั่งเชิงเมื่อไปทำงานต่างจังหวัด “ให้ไปนวดจะให้เงินใช้” 

     หนูกับเพื่อนยังหางานใหม่ทำไม่ได้ มีด้วยหรือระเบียบที่ว่า “หากจะออกจากงานต้องบอกกล่าวล่วงหน้าก่อน 1 เดือน แต่ถ้าหนูทนไม่ไหวเพราะพฤติกรรมนายจ้างเป็นอย่างนี้แล้วหนูออกไป หนูต้องโดนฟ้องว่า ไม่บอกกล่าวล่วงหน้าเมื่อออกจากงานทำให้นายจ้างเสียหายด้วยหรือ ทั้งๆ ที่นายจ้างทำการลวนลามกับลูกจ้าง ถ้าลูกจ้างถูกตัดสินให้ใช้ค่าเสียหายอย่างนี้ จะยุติธรรมกับลูกจ้างหรือ” 

     เจ้านายชายที่ชอบฉวยโอกาสลวนลามทางเพศเป็นพวกที่มีชั้นเชิงที่เหนือกว่า เป็นบุคคลที่ให้คุณให้โทษในหน้าที่การงาน ถือเอาความอายของผู้หญิงเป็นจุดอ่อน ถ้ารู้ว่าลูกจ้างหญิงอายุเกิน 20 ปี ลวนลามแล้วข่มขืน เจ้านายที่ทำผิดศีลธรรม อาศัยช่องโหว่ของกฎหมายคือหญิงอายุเกิน 20 ปี ถ้าเธอไม่ไปแจ้งความเอาผิดฐานอนาจารหรือข่มขืนภายในอายุความ 3 เดือน ต่อมาจะเอาผิดชาย ผู้ชายอ้างว่าเป็นเรื่องสมยอมของหญิง 

     พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 คุ้มครองคนงานหญิงที่ทำงานเอกชนไว้ 

     มาตรา 16 ห้ามมิให้นายจ้างหรือผู้ซึ่งเป็นหัวหน้างาน ผู้ควบคุมงาน หรือผู้ตรวจงานกระทำการล่วงเกินทางเพศต่อลูกจ่างซึ่งเป็นหญิงหรือเด็ก

                                                                                                                               

ถ้าลูกจ้างถูกกระทำให้ร้องแรงงานเขต ผู้ทำผิดมีโทษตาม 

     มาตรา 147 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 16 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และไม่ตัดสิทธิคนงานหญิงไปแจ้งความดำเนินคดีฐานนายจ้างทำอนาจารหรือข่มขืนได้เพราะกฎหมายคุ้มครองแรงงานบัญญัติไว้ใน 
     มาตรา 7 การเรียกร้องหรือการได้มาซึ่งสิทธิหรือประโยชน์ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่เป็นการตัดสิทธิหรือประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้ตามกฎหมายอื่น 
         

     ผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างต้องกล้าออกมาปกป้องสิทธิและพรหมจรรย์ของตนเอง ออกมาบอกกล่าวเรื่องราวของนายจ้าง หัวหน้าที่ไม่ดี ดำเนินคดีเป็นตัวอย่าง อย่าหลงใหลเชื่อคำหวานว่าจะเลี้ยงดู ถ้าล่วงเลย 3 เดือนไปแล้วดำเนินคดีกับเขาไมได้ เพราะความผิดฐานอนาจารกับข่มขืนหญิงอายุเกิน 20 ปีเพราะเป็นคดียอมความได้ ความผิดทางเพศอย่างนี้ ภาษากฎหมายเรียกว่า “ทุรศีล” ต้องแจ้งความดำเนินคดีจึงจะฟ้องเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งได้ ดังนั้น ผู้หญิงจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น แม้ต้องตกงาน แต่รีบดำเนินการทางคดี อีกหน่อยชายประเภทนี้ก็จะไม่มีอีกต่อไป.

  

ที่มา : http://www.elib-online.com/laws

Tools

ขนาดตัวอักษร

Share

ส่ง Email พิมพ์หน้านี้

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เว็บไซต์เแนะนำ