www.hrtothai.com

  • You are here :  
  • Law
  • เลิกจ้างตามมาตรา 118 กับ 122 ต่างกันอย่างไร ?
เลิกจ้างตามมาตรา 118 กับ 122 ต่างกันอย่างไร ?
ผู้เข้าชม : 6028

เลิกจ้างตามมาตรา 118 กับ 122 ต่างกันอย่างไร ?

                                                                                                                                                                                                                                                                       

      แผนกหนูถูกเลิกจ้างพร้อมกันทุกคนแต่หนูไม่ได้เงินเท่าเพื่อนอย่างนี้ไม่เป็นธรรมนะคะ คุณอาภาพร นครไทย เลขาคนสวยของธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งนำปัญหาที่เธอหนักอกอยู่มาปรึกษาผมกรณีที่เธอถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม         


      เรื่องมีอยู่ว่า ธนาคารใหญ่แห่งนี้มีพนักงานสินเชื่ออยู่ 50 คน ต่อมาทางธนาคารได้นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการประมวลผลและรายงานด้านสินเชื่อแทนคนและสามารถเชื่อมข้อมูลไปยังสำนักงานใหญ่ประเทศเยอรมันได้โดยตรงและรวดเร็ว จึงทำการลดพนักงานสินเชื่อลง 30 คน โดยการจ่ายค่าชดเชยปกติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 และจ่ายค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 122 เพิ่มให้ตามกฎหมายแล้ว ตัวผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อย้ายไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนคุณอาภาพร นครไทย เลขาผู้จัดการท่านนี้ มีความรู้เฉพาะด้านเลขานุการ ทานอย่างอื่นไม่ได้และไม่มีงานเลขาอื่นให้ทำ จึงเลิกจ้างพร้อมกับพนักงานสินเชื่อจำนวน 30 คนดังกล่าว แต่เธอไม่ได้ค่าชดเชยพิเศษตามมาตรา 122 เหมือนเพื่อนในแผนกจึงมาปรึกษาผมก่อน เพื่อหาช่องทางฟ้องบริษัทต่อไป…

     ท่านทั้งหลายครับ เรื่องการเลิกจ้างเป็นหมู่คณะพร้อมกันแบบนี้ โดยทั่วไปก็จะจ่ายเงินเหมือน ๆ กันทุกคน ถือว่าเป็นการ ช่วยเหลือ..ถัว ๆ กันไป มีน้อยนักที่มีการแยกละเอียดเป็นคน ๆ เป็นงาน ๆ แบบนี้ 
  

     มาดูประเด็นข้อกฎหมายกันก่อนนะครับการเลิกจ้างโดยลูกจ้างไม่มีความผิดในลักษณะข้างต้นนี้จะมีกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ที่เกี่ยวข้องอยู่ 3 มาตรา โดยสรุป ดังนี้

      มาตรา 118 การเลิกจ้างโดยจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานแต่ละช่วงปี

      มาตรา 121 การเลิกจ้าง เพราะปรับปรุงหน่วยงาน ระบบงาน วิธีการทำงาน โดยใช้เครื่องจักร หรือ เทคโนโลยี เข้ามาใช้แทนคน ทำให้ความจำเป็นต้องใช้คนลดลง

      มาตรา 122 การเลิกจ้างตามมาตรา 121 ต้องบอกกล่าว หรือ การจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้า 60 วัน และถ้าทำงานมาเกิน 6 ปีขึ้ไป ให้ได้รับค่าชดเชยพิเศษเพิ่มจาก มาตรา 118 อีกปีละ 15 วัน รวมแล้วไม่เกิน 365 วัน ถ้าระยะเวลาไม่ถึงปี แต่เกิน 180 วัน ให้นับเป็น 1 ปี

       

     การที่ธนาคารแห่งนี้ นำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในงานประมวลผลและรายงานด้านสินเชื่อและเกิดผลกระทบต้องลดพนักงานสินเชื่อลง 30 คน ธนาคารได้ทำการแจ้งล่วงหน้า 60 วัน จ่ายค่าชดเชยปกติ ค่าชด เชยพิเศษตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว ถือว่านายจ้างทำถูกต้องแล้วครับ

     มาดูกรณีคำถามของคุณอาภาพร ท่านนี้ต่อครับว่า..คุณอาภาพร จะได้รับเงินชดเชยพิเศษตามมาตรา 122 เหมือนเพื่อนในแผนกสินเชื่อที่ถูกเลิกจ้างพร้อมกันหรือไม่ ??

     ข้อเท็จจริงในเนื้องานของคุณอาภาพร คืองานเลขานุการ นัดประชุม เตรียมเอกสาร ทำรายงานของผู้จัดการฝ่าย ไม่ได้ทำงานวิเคราะห์สินทรัพย์ ปล่อยสินเชื่อโดยตรง คุณอาภาพรจึงไม่ใช่พนักงานสินเชื่อที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงไม่ได้รับเงินชดเชยพิเศษเหมือนพนักงานสินเชื่อโดยตรงและเมื่อธนาคารเห็นว่าไม่มีงานเลขาหรืองานอื่นให้คุณอาภาพรทำ ธนาคารก็มีสิทธิเลิกจ้างคุณอาภาพร ได้โดยจ่ายเงินให้ตาม มาตรา 118 การเลิกจ้างพร้อมกับพนักงานสินเชื่อ ไม่ใช่เหตุผลที่จะต้องได้รับเงินเหมือนกันซึ่ง
                      

      ลักษณะเดียวกันกับเรื่อง ของคุณอาภาพร นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานได้พิพากษาเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่า แม้จะเลิกจ้างพร้อมกัน แต่งานลูกจ้างเป็นงานเตรียมเอกสาร นัดประชุมทั่วไป ลักษณะงานที่ทำไม่ใช่งานสินเชื่อโดยตรง ลูกจ้างจบเลขานุการ ก่อนเลิกจ้างไม่มีงานที่เหมาะสมให้ทำแม้จะเลิกจ้างพร้อมกัน แต่เลิกจ้างต่างกันได้ นายจ้างเลิกจ้างชอบแล้วตามคำพิพากษา เลขที่ 5736/2548

     สรุปว่า  ธนาคารเลิกจ้างคุณอาภาพร ถูกต้องแล้วครับอย่าไปคิดที่จะฟ้องอะไรเขาเลย จะแพ้เสียเงิน เสียเวลาเปล่า ๆ หรือ ถ้ามีปัญหาอื่น เช่น ยังไม่ได้รับค่าจ้าง คำนวณค่าจ้าง ค่าชดเชยไม่ถูกต้อง ไม่ได้รับค่าวันหยุดพักผ่อนประจำปี.. แล้วค่อยไปว่ากันเป็นประเด็นหนึ่งต่างหาก

 

     สินค้าได้ชั่วโมงละ 300 กล่อง มีเครื่องใหม่ผลิตได้ 600 หรือ 900 กล่อง เพิ่มเป็น 3 เท่า คนเคยทำงานท้ายไลน์ 6 คน ยุบเหลือ 2 คน ก็มี คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคส์ เมื่อก่อน 40000 บาท เดี๋ยวนี้ เหลือ 20000 บาท โทรศัพท์มือถือเมื่อก่อนเครื่องละ 30000 บาท ทุกวันนี้เครื่องละไม่ถึงพันบาท ..ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาไปเร็วเท่าใด ความจำเป็นในการใช้คนก็น้อยลงไปทุกที 

 

     ผมเกรงว่าราคาคน จะถูกลงไปเรื่อย ๆ จนไม่มีราคา และจะตกงานกันมากในอนาคต จึงขอให้เตรียมตัว เก็บเงินสำรองไว้มาก ๆ ด้วยครับ

 

ที่มา : http://www.peoplevalue.co.th/


Tools

ขนาดตัวอักษร

Share

ส่ง Email พิมพ์หน้านี้

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เว็บไซต์เแนะนำ