www.hrtothai.com

  • You are here :  
  • Law
  • การเจรจาต่อรอง
การเจรจาต่อรอง
ผู้เข้าชม : 3905

 

การเจรจาต่อรอง

 

     พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518ให้สิทธินายจ้างลูกจ้างและองค์กรตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์เข้าร่วมในกระบวนการเจรจาต่อรองเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังนี้

     ให้สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป จัดให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้เป็นหนังสือ หากไม่มีให้ถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็น ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

     การยื่นข้อเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อ ตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ให้ยื่นข้อเรียกร้องเป็นหนังสือแจ้งอีกฝ่ายหนึ่งทราบ โดย      

               • ลูกจ้าง 15 % สามารถเข้าชื่อกันยื่นข้อเรียกร้องต่อนายจ้างหรือสหภาพแรงงานที่มีสมาชิก20% ของลูกจ้างทั้งหมด สามารถยื่นข้อเรียกร้องแทนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกได้
               • ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเจรจากันภายใน 3 วัน นับแต่วันรับข้อเรียกร้อง
               • หลังจากยื่นข้อเรียกร้องแล้ว
               • กรณี นายจ้างและลูกจ้างไม่มีการเจรจาตกลงกันได้ให้ทำเป็นหนังสือและติด ประกาศโดยเปิดเผย และนายจ้างต้องนำข้อตกลงไปจดทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ตกลงกัน
               • กรณี นายจ้างและลูกจ้างไม่มีการเจรจาภายใน 3 วัน หรือเจรจากันแล้วแต่ตกลงกันไม่ได้ ให้ถือว่ามีข้อพิพาทขึ้น ให้ฝ่ายแจ้งข้อเรียกร้องแจ้งเป็นหนังสือต่อพนักงานประนอมข้อพิพาท ภายใน 24 ชม.

     พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจะดำเนินการไกล่เกลี่ย ให้ตกลงกันภายใน5 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ถ้าตกลงกันไดให้ทำหนังสือและนำไปจดทะเบียน หากตกลงกันไม่ได้ถือว่าข้อพิพาทแรงงานตกลงกันไม่ได้

     กรณีเป็นข้อพิพาทแรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ทั้ง 2 ฝ่าย อาจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

              • อาจตกลงกันตั้งชื่อผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานโดยสมัครใจ
              • นายจ้างจะปิดงานหรือลูกจ้างจะนัดหยุดงานต้องแจ้งให้อีกฝ่ายทราบและแจ้ง พนักงานประนอมคดีข้อพิพาทแรงงานทราบล่วงหน้าก่อน
              • ถ้านายจ้างไม่ประสงค์จะปิดงานหรือลูกจ้างไม่ประสงค์จะนัดหยุดงาน จะเจรจากันเอง หรือให้เจ้าหน้าที่ไกล่เกลี่ยก็ได้

  

     ใน ขณะที่ลูกจ้างนัดหยุดงานหรือนายจ้างปิดงาน ทั้งสองฝ่ายจะให้พนักงานประนอม ข้อพิพาทแรงงานไกล่เกลี่ยหรือเจรจากันเองจนกว่าจะตกลงกันได้ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีอำนาจสั่งให้ลูกจ้างเลิกหยุดงานและนาย จ้างเลิกปิดงาน หรือสั่งให้บุคคลอื่นเข้าไปทำงานแทนและสั่งให้คระกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ ขาดข้อพิพาทแรงงาน โดยให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามคำชี้ขาด

     ระหว่าง การ เจรจาไกล่เกลี่ยชี้ขาด ห้ามมิให้เลิกจ้างหรือโยกย้ายหน้าที่การงานของลูกจ้าง ผู้แทนลูกจ้าง หรือสมาชิกสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง เว้นแต่มีการทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความปิดโดยเจตนาแก่นายจ้าง หรือจงใจให้นายจ้างได้รับความเสียหายฯ

 

แหล่งที่มา : http://www.one-stophr.com/knowledgeHR/show_new.php?id=99


Tools

ขนาดตัวอักษร

Share

ส่ง Email พิมพ์หน้านี้

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เว็บไซต์เแนะนำ