www.hrtothai.com

ขับไล่ความว้าเหว่ ด้วยมิตรภาพ
ผู้เข้าชม : 654


    
มีเพื่อนที่จบแพทย์รุ่นเดียวกัน 2 คน กลับมาจากอเมริกามาเยี่ยมบ้าน เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อนทางนี้จึงนัดพบปะกินข้าวกลางวันกัน รวบรวมพรรคพวกได้เกือบ 30 คน ทั้งคู่เคยมาเมืองไทยบางครั้งแล้ว แต่ผมไม่เคยได้พูดคุยด้วยหลังจากจบแพทย์แล้ว ซึ่งเป็นเวลานานมากจึงดีใจที่ได้พบกัน ผมถูกเชิญให้พูดอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เพื่อนฟัง

    
ผมก็กล่าวถึงมนุษย์ที่เริ่มเหงาและว้าเหว่ ตื่นเต้นกับชีวิตใหม่ตั้งแต่เริ่มคลอดจากท้องแม่ สังเกตเห็นว่าเด็กเล็ก ๆ จะร้องเสียงดังจ้าทุกคน มนุษย์จึงแสวงหาสิ่งที่จะลดความว้าเหว่ หวาดกลัว เหล่านั้น เริ่มตั้งแต่การมีกิจกรรมทั้งหลายทั้งที่สนุกและไม่สนุก รวมทั้งการทำงานด้วย แต่สิ่งที่จะทดแทนความว้าเหว่ ความเหงา และหวาดกลัวของมนุษย์ได้จริง ๆ นั้นก็คือ ความรัก และมิตรภาพ   ซึ่งบางคนก็มีให้คนอื่น และได้รับจากคนอื่น บางคนมีให้ แต่ไม่ได้รับ บางคนได้รับแต่ไม่รู้จักคุณค่าหรือให้คนอื่นไม่เป็น เพราะขาดมาทั้งชีวิตก็มี มนุษย์ส่วนใหญ่จึงยังคงเหงาว้าเหว่ และเกรง ๆ กลัว ๆ ชีวิตอยู่

    คนที่โชคดีที่สุดคือคนที่รู้จักให้ความรัก และมิตรภาพแก่คนอื่น และสามารถได้รับความรักและมิตรภาพจากคนอื่นด้วยการที่จะเป็นมิตรและได้รับมิตรภาพจากผู้อื่นนั้น จะต้องเป็นคนมีบุคลิกของความอบอุ่น มีลักษณะน่าคบหา เช่น

     •  มีมารยาทดีทั้งการพูด กริยา ท่าทาง และการแสดงออก

     •  ลดความอายเป็น เพราะคนขี้อายจะไม่ค่อยแสดงออก

     •  ลดความวิตกกังวล

     •  ถ่อมตัวเป็น ไม่ยกตน อีโก้จัด

     •  ไม่ก้าวร้าว หรือเอาแต่ได้

     •  รู้จักชมเชยยกย่องคนอื่น (โดยการแสดงออก) และชื่นชมตัวเองได้ (แสดงในใจ)

     •  มองคนในแง่ดี มีอารมณ์ขัน

     •  รู้จักการอาสาช่วยเหลือผู้อื่นและช่วยตัวเองได้ดี

     •  มีสามัญสำนึกดี มีความซื่อสัตย์ และจริงใจอย่างมีมารยาท (ไม่ใช่พูดอย่างที่อยากพูด แม้แต่คำตำหนิที่รุนแรงต่อหน้าคนอื่น แล้วบอกว่าจริงใจ คนรับฟังไม่ได้)

     •  รู้จักขอโทษ ขอบคุณ

     •  เป็นนักฟังที่ดี

     •  พูดเป็น พูดช้า ๆ ชัด ๆ ย่อความและพูดแต่สิ่งที่ดีเท่านั้น

     •  อย่าพูดแต่เรื่องของตัวเองมาก จงพูดในเรื่องที่คนฟังสนใจ

     •  ให้โอกาสเพื่อนได้พูดบ้าง

     •  อย่าโต้แย้งความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน เพราะไม่มีใครถูกใครผิด ให้เลี่ยง หรือเปลี่ยนเรื่องคุยจะดีกว่า

     •  เมื่อเกิดปัญหาให้นึกถึงอกเขาอกเรา และนึกถึงวิธีประนีประนอมมากกว่าการค้นหาว่าใครผิด เพราะจะยิ่งแตกร้าวยิ่งขึ้น หลาย ๆ เรื่อง ไม่มีคนผิดมีแต่การเข้าใจผิด


    มิตรภาพเมื่อเกิดขึ้นแล้วจำเป็นต้องรักษาเอาไว้ให้ดี การเป็นมิตรนั้นตอนเป็นเด็ก จะคบหากันได้ง่าย เพราะความต้องการของเด็กนั้นตื้น ๆ และเรียบง่าย แต่เมื่อโตขึ้นแล้วความต้องการของมนุษย์ ซับซ้อนขึ้น จึงทำให้คบหากันได้ยากขึ้น แม้แต่คนที่เคยเป็นเพื่อนซี้กันมาแต่สมัยเด็ก บางคนก็คบกันลำบาก บางคนปิดตัวเอง หรือเกิดการอิจฉาริษยาแข่งขันกันมากขึ้น

     อุปสรรคของมิตรภาพคือ ผลประโยชน์  ซึ่งมีทั้งในรูปเงินทอง ตำแหน่ง และอำนาจ ทั้งทางการทำงานและสังคม เราอาจจะมองหามิตรภาพจากเพื่อนเก่า ๆ ที่นำมาปัดฝุ่นเสียใหม่ โดยมีการเพิ่มลักษณะที่ดีในการคบหากัน หรือหาจากกลุ่มใหม่ ๆ ก็ได้ แต่ก็ต้องมีมารยาทเข้าหากันด้วย

     ความรัก และมิตรภาพกำลังจะจางหายไปจากสังคมไทยมากขึ้น ๆ เพราะคนมัวสนใจต่อสิ่งที่เป็นวัตถุและวิทยาการสมัยใหม่เพื่อเอาตัวรอด หรือเพื่อความสบายส่วนตัว แต่เขาลืมนึกไปว่าความสุขนั้นอยู่ที่ใจที่มีความรักและมิตรภาพต่อมนุษย์ และสามารถได้รับความรักและมิตรภาพจากเพื่อนมนุษย์ด้วย คนที่มีสติและปัญญาจึงจะมองเห็นความสำคัญ และพยายามรักษาหรือมองหาความรักและมิตรภาพต่อไป

     ดีใจที่ได้พูดหรือได้เขียนถึงเรื่องของความรักและมิตรภาพทุกครั้ง ซึ่งอาจจะมีคนสนใจน้อยกว่าจิตวิทยาการหาเงินทองก็ไม่เป็นไร เพราะต้องคอยหมั่นเตือน ๆ ใจกันเอาไว้เสมอ ๆ ทั้งตนเองและเพื่อนร่วมชาติ เพราะไม่อยากเห็นมนุษย์กลายเป็นก้อนเนื้อเดินได้ หรือเป็นคอมพิวเตอร์ไร้วิญญาณ ซึ่งเราจะพบกันได้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้


ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ

Tools

ขนาดตัวอักษร

Share

ส่ง Email พิมพ์หน้านี้

บทความในหมวดหมู่เดียวกัน

เว็บไซต์เแนะนำ